http://www.bizinthai.com/

เหตุผลที่คุณควรแยกบุคคลแต่ละกลุ่มออกจากกันในการอบรม

ทำไม..? คุณจะต้องจัดการอบรม แบบแยกพนักงานระดับต่างๆออกจากกันละ ในเมื่อการจัดรวมกัน ทั้งถูกและออกจะง่าย??

 

นั้นก็เพราะ.. ถูกและง่าย ไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป คุณจะจัดอบรมทำไมถ้าไม่ได้อะไรนอกจากการเอาไปลดหย่อน

ภาษีของบริษัท เหตุผลหลักที่คุณต้องการอบรม ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดกับองค์กรไม่ใช่หรือ..?

...ก่อนอื่นมาดูเหตุผลที่ควรแยกกันก่อน ดังนี้

 

1. บุคคลแต่ละชิ้นมีพื้นฐานความเข้าใจ และความรู้ต่างกัน

        พื้นฐานความรู้ ที่ต่างกันส่งผลให้แต่ละบุคคล เข้าใจแต่ละเนื้อหาด้วยความรวดเร็วแตกต่างกัน และความต่างกันนี้

อาจจะให้กลุ่มหนึ่งที่เข้าใจ อาจให้ความสนใจ แต่กับกลุ่มที่ตามไม่ทัน ก็อาจจะกลายเป็นแค่นั่งจบวันไปวันนึง กลับกัน

ถ้าต้องรอให้ทุกคนเข้าใจกันหมด ก็อาจทำให้ความสนใจหมดไปได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าทั้งสองพอดีกัน จึงพอดี และ

ส่งเสริมให้การอบรมได้ประโยชน์เนื้อหาอย่างเข้มข้น

 

2. บุคคลแต่ละระดับ มีแนวคิดริเริ่มต่างกัน ความต้องการในการพัฒนาต่างกัน

        ความต้องการหรือเรียกง่ายๆ ว่า อยากจะพัฒนา หรืออยากจากแก้ไขปรับปรุงต่างกัน เนื่องจากบางปัญหาอาจไม่ได้

แก้ไขแล้วมีผลกระทบมากมาย ถึงทุกคนในองค์กร ส่วนใหญ่แล้ว สำหรับคนทำงาน คงไม่มีใครไม่นั่งเพียรแก้ไขปัญหา 

เพื่อคนอื่น โดยที่เขาไม่ได้อะไร 

        หรือ ปัญหาที่คุณไม่ได้เจอ คุณจะอยากแก้ไขคงไม่ใช้เรื่องที่คุณจะยอมตัดสินใจทำโดยง่ายแน่ๆ เพราะฉะนั้น เราควร

แยกกลุ่มเพื่อให้เขาสามารถรวมกันแก้ปัญหาได้ง่าย หลากหลายรูปแบบ และทำได้จริงเนื่องจากเป็นงานจริงปัญหาจริงที่เค้า

พบปะมาเองกันอยู่ 


3. บุคคลระดับต่างๆ มีถ้อยคำการสื่อสาร ภาษาพูดคุย และภาษาที่เข้าใจต่างกัน

         

4. Case study ที่ได้รับมีความยากง่ายต่างกัน

             และ Workshop ระดับต่างๆในการอบรมของทางวิทยากร แตกต่างกัน


5. การแสดงความคิดเห็น ของผู้เข้าร่วม

           หากเรารวมระดับต่างๆมาอบรมด้วยกัน คุณอาจไม่ได้ปัญหาที่แท้จริงจากผู้ที่ปฏิบัติงานจริง เพราะอาจมี

ความเกรงใจ ต่อผู้ที่มีระดับสูงกว่าที่เข้าร่วม 

 

      จากเหตุผลข้างต้น ผู้จัดการอบรม ควรทำความเข้าใจ และแยกรุ่นผู้อบบรมออกจากกัน เพื่อให้คุ้มค่าสูงสุดกับเงินที่จ่าย

และประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรของท่าน ทางเราได้แยกบุคลากรออกเป็น 5 ประเภท

1. Management ( ผู้บริการ )

               ระดับเจ้าของธุรกิจ, ผู้ถือหุ้น, ผู้บริหารระดับสูง, CEO, CFO,ฯลฯ

2. Manager ( ผู้จัดการ )

               ผู้จัดการสำนักงานใหญ่, ผู้จัดการฝ่ายต่างๆ, ฯลฯ

3. Leader ( ผู้นำ )

               หัวหน้างาน, หัวหน้าแผนก, Supervisor,ผู้จัดการสาขา, หัวหน้าโปรเจค, ฯลฯ

4. Staff ( พนักงานทั่วไป)

               พนักงานสำนักงาน, พนักงานบริการ, พนักงานในแผนกต่างๆ, Admin , ฯลฯ

5. Worker ( คนทำงาน )

               พนักงานในรายผลิต, คนที่ปฏิบัติหน้างาน, ช่างซ่อมบำรุง, คนคุมเครื่องจักร, พนักงานส่งของ, ฯลฯ

 

คนแต่ละคน ต่างพื้นฐาน ต่างความคิด ต่างความเข้าใจ 

แม้แยกเดินคนละทาง แต่ทุกคนมีจุดหมายเดียวกัน

 

Writed by .....TC Goong & BIT Team


ชื่อผู้ตอบ:


  • การอบรม มีขึ้นเพื่อนำความรู้ไปใช้ หรือ ประยุกต์ใช้กับงานปัจจุบันขององค์กร ดังนั้น การอบรมจะได้ประโยชน์สูงสุด..เมื่อ... 1. ผู้เข้าอบรม ตรงกลุ่มเป้าหมาย และ อยู่ในระดับงานเดียวกัน...

  • ทำไมจัดอบรมแล้วไม่ค่อยได้ผลล่ะ ??? เพราะการจัดอบรมที่ขาดการวางแผนอย่างจริงจัง อย่างถูกทิศถูกทาง ทำให้การอบรมไม่ได้ผล ทำยังไงถึงจะวางแผนอบรมอย่างไรจึงได้ผลล่ะ??? ขั้นตอนง่ายๆ 3 ข...

  • Board Game Maker Best Practices Board Game Maker Best Practices ... 4 items base on true experiences . 1.Small but Professional : a.Set standard for all activities such as ...

  • พนักงานใหม่ เพื่อช่วยงาน หรือ เป็นภาระ Defect งานมีตำหนิ ... ตัวอย่างหนึ่ง ที่พบเจอ ในเกือบทุกองค์กร คือการรับพนักงงานใหม่ ................

  • ลำพังเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานอาทิตย์ละกว่า 40 ชั่วโมง ก็เครียดจะแย่ ถ้ายังต้องหมกมุ่นกับความขัดแย้งกับคนอื่นๆ ชนิดที่บางรายหนักหนาถึงขั้นประกาศความเป็นศัตรูต่อกันนี่เห็นทีคงไม่...
Visitors: 13,166